Reusch Magno Deluxe M1

posted on 30 Aug 2010 14:22 by championss

Reusch Magno Deluxe M1

Reusch Magno Deluxe M1 เป็นถุงมือรุ่นใหม่ของ Reusch ในปี 2010 "PLAY WITH FIRE" เป็น conceptสำหรับถุงมือในตระกูล Magno นี้เป็นการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่สวยงามและแปลกตากับเทคโนโลยี่ต่างๆมากมาย จุดเด่นของถุงมือในตระกูลนี้ก็คือสีสันที่โดดเด่นบวกกับการออกแบบที่สะดุดตา ถุงมือในตระกูล Magno นี้ได้ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู ลูกเล่นเล็กๆน้อยได้ถูกเพิ่มเข้ามา เพื่อนทำให้ถุงมือรุ่นนี้ก้าวเหนือถุงมือธรรมดาทั่วไป

ราคา: £70 จาก Just-keepers.com + Personalise £6

การตัดเย็บ: Moulded Ergonomic Palm Embossing (เป็น Flat Palm ที่มีการขึ้นรูปจากแม่พิมพ์)

ความกระชับ: เบอร์ 8 ขนาดปกติของผมเลย ใส่แล้วไม่หลวมหรือไม่คับจนเกินไป

โฟม:  M1 Mega grip

ลักษณะทั่วไป: 

  • ไม่มี Fingersave
  • Wrapped thumb and little finger
  • Duraguard
  • Expanded Fingertips
  • Pro Flex
  • ShockShield Advance
  • Airvent System
  • Pull Loop   



Prewash: ตัวนี้ผ่านการ Prewash ก่อนเอาไปใช้จริง เหมือนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่สูงอยู่แล้วของโฟมตัวนี้ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ได้รับของวันพฤหัส แล้วทำการ Prewash คืนนั้นทันที

Preview: ถ้าพูดถึงยี่ห้อถุงมือที่อยู่ในอันดับต้นๆ Reusch ต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน ช่วงก่อนตัดสินใจซื้อถุงมือคู่นี้ เหมือนโดน Reusch ครอบงำ เปิดดูเช้า เย็น แลวก็หาข้อมูลเยอะแยะว่าจะเอาตัวไหนดี มีหลายตัวเลือกมาก ไม่ว่าจะเป็น Magno Pro M1 Bundesliga, Magno Pro DUO M1, Magno Pro G1 สุดท้ายก็มาลงที่ตัวนี้ เพราะจะลองของดีทั้งทีก็น่าจะซื้อที่มี Technology ครบทุกอย่าง ตัวนี้ต่างกับตัวท๊อปอย่างเดียวเท่านั้นก็คือไม่มี Fingersave ซึ่งเป็น Technology ที่ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว

Review:

ข้อดี: ไม่เสียชื่อยี่ห้อ Reusch จริงๆ เป็นถุงมือที่มี Technology อยู่มากมาย ทั้งในเรื่องของการป้องกันและการเสริมความสามารถให้กับผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นใหม่ๆที่หลายๆแบรนด์มองข้ามไป และลูกเล่นเล็กๆน้อยๆนี่แหละที่ทำให้ Reusch สามารถอยู่เหนือถุงมือทั่วๆไปได้อย่างไม่ยาก

  • ความกระชับ 

 

How to purchase soccer glove ???

posted on 05 Aug 2010 20:19 by championss

 

 
 
ถุงมือเป็นเหมือนกับเพื่อนคู่กายของตำแหน่งผู้รักษาประตู ถ้าเราได้เพื่อนที่ไม่ดี นอกจากจะไม่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บแล้ว ยังอาจส่งผลต่อฟอร์มการเล่นเราก็เป็นได้
 

 

การหาซื้อถุงมือผู้รักษาประตูในบ้านเรานั้นทำได้ค่อนข้างยาก แหล่งจำหน่ายมีค่อนข้างจำกัด ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ส่วนมากจะนำเข้าแต่ตัวบ๋วยเข้ามาขาย  หรือตามร้านค้าหลังสนามศุภและ FBT หัวหมากจะมีถุงมือให้เลือกที่เยอะขึ้น แหล่งซื้อถัดไปที่แนะนำก็คงจะเป็นเว็ปไซด์ siamboots.com ครับ จะมีถุงมือเข้ามาขายบ้างแล้วแต่โอกาส หรือถ้าตามสถานที่พวกนี้ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้อการได้ก็คงต้องสั่งถุงมือมาจากต่างประเทศแล้วล่ะเพราะเค้ามีให้เลือกครบทุกรุ่นจริงๆ

  • Prodirectsoccer.com
  • Just-keepers.com
  • Keeperskit.com

จริงๆเว็ป keepersport.co.uk ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ราคาค่าส่งจะค่อนข้างสูงกว่าเว็ปอื่นๆ หรือ Soccer.com ซึ่งบริษัทแม่อยู่ที่อเมริกา แต่เว็ปนี้ราคาถุงมือจะค่อนข้างสูงมาก ไม่แนะนำครับ หลังจากสั่งถุงมือมาแล้ว นอกจากค่าถุงมือ+ค่าส่งที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว ยังมีค่าภาษีที่ศุลกากรเป็นคนประเมินอีกตะหาก ราคาตกอยู่ที่คู่ละ 200-300 บาท แต่ก็แล้วแต่ดวง บางคนไม่ต้องจ่ายค่าภาษีก็มีเหมือนกัน

 

เกริ่นนำ นอกเรื่องมาซะยืดยาว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า การซื้อถุงมือในแต่ละครับควรพิจารณาเรื่องใดเป็นหลักบ้าง

 

Sizing (ขนาด) 

 

ถุงมือผู้รักษารักษาประตูมีขนาดเป็นตัวเลขปกติทั่วไปไม่ต่างจากรองเท้าบอล โดยปกติทั่วไปจะเริ่มจากเบอร์ 4 ของเด็ก และไปหยุดอยู่ที่เบอร์ 12 ของผู้ใหญ่ ช่วงหลังมานี้แต่ละแบรนด์เริ่มที่จะทำไซด์ครึ่งเพิ่มขึ้นมาเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด แต่ไซด์ครึ่งก็ไม่เป็นที่นิยมในบางที่เหมือนกัน อาทิเช่น ประเทศอเมริกา หรือ ประเทศไทยเรานี่เอง สาเหตุคงเป็นเพราะไซด์เต็มยังขายไม่ค่อยจะออก สั่งไซด์ครึ่งเข้ามาด้วยนี่ ขาดทุนตาย !!! เองใส่ถุงมือของแต่ละแบรนด์จะมีตารางไซด์แนบมาให้ด้วย เนื่องจากขนาดถุงมือของแต่ละแบรนด์จะไม่เท่ากัน ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุดในการเลือกซื้อถุงมือ วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะรู้ขนาดถุงมือของแต่ละแบรนด์ก็คือต้องลองด้วยตัวเองแหละครับชัดเจนที่สุดแล้ว หรือไม่ก็ต้องแลกเปลี่ยนความรู้จากเพื่อนๆที่เคยใช้ถุงมือแบรนด์นี้ ยกตัวอย่างเช่น ถุงมือแบรนด์ Uhlsport จะ Oversize มากๆ ถ้าจะซื้อถุงมือยี่ห้อนี้แนะนำให้ลดไซด์ลงไปประมาณ 0.5-1.0 เบอร์ เป็นต้น มีการพูดคุยกันอย่างมากมายเหมือนกันว่าถุงมือควรที่จะใสแบบไหนดี หลวม,คับ,กระชับ,แน่นอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แหละครับว่าใส่แล้วรู้สึกสบายมากที่สุด ในช่วงปี 80 - 90 หลายๆแบรนด์จะแนะนำให้ใส่ถุงมือขนาดใหญ่กว่าขนาดจริงซักครึ่งเบอร์ เพื่อนเป็นการรักษาถุงมือ ไม่ให้รอยเย็บขยายมากเกินไป สุดท้ายนี้ก็แนะนำให้ลองถุงมือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แหละครับ เพื่อที่จะได้รู้ขนาดถุงมือของแต่ละแบรนด์ แต่ละแบรนด์ส่วนมากจะไม่ค่อยเปลี่ยนขนาดถุงมือตัวเองหรอกครับ นานๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆกว่าจะเปลี่ยนขนาดของถุงมือ

ขนาดถุงมือของผมเอง

  • Adidas Allround Fingersave (09-10) 7.5
  • Adidas Response Pro Negative (09-10) 8
  • HO Enigma Gen 4 NC 8
  • Nike Spyne Pro 9
  • Nike Mercurial Grip III 8
  • Nike VG3 8
  • Nike Total 90 Classic 8
  • Onesport Pro Evolve Negative Cut 8
  • Puma V-Kat RC 8
  • Puma King XL IC 8
  • Puma King Finale IC 2011 8
  • Puma PWC 2.10 Protect RC 8
  • Puma PWC 2.10 WC Grip IC 8
  • Puma PWC 1.10 Grip 8
  • Puma V1.10 8
  • Reebok Valde II 100 G 8
  • Reusch Match SSG 8
  • Reusch Magno Deluxe M1 8
  • Reusch MAgno D1 8
  • Reusch Bundesliga G1 8
  • Rinat Michel Professional II 9
  • Uhlsport MS Replica 7.5
  • Uhlsport Ergonomic Absolutgrip 7.5
Fit (ความกระชับ)


ความกระชับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆในการเลือกซื้อถุงมือ การใส่ถุงมือที่หลวมเกินไปนอกจากจะเป็นผลทำให้การรับลูกบอลมีประสิทธิภาพลดลงแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงต่ออาการบาดเจ็บอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าสวมถุงมือที่มีขนาดใหญ่เกินไปมากนัก บางคนชอบใส่ถุงมือที่กระชับมากๆ อาจเป็นเพราะทำให้การรับลูกบอลมือประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยป้องกันนิ้วซ้นได้เล็กน้อยอีกด้วย แต่อยางใรก็ตามความชอบของผู้สวมใส่เนี่ยแหละที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกใส่ถุงมือ
 
 
 
ถุงมือผู้รักษาประตูส่วนมากจะมีการตัดเย็บหลายๆแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการตัดเย็บแต่ละแบบก็จะมีความกระชับที่ต่างกันอีกด้วย
  • Flat Palm การตัดเย็บแบบนี้จะมีที่ว่างเหลือในนิ้วค่อนข้างมาก ผู้รักษาประตูบางคนชอบลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเลือกซื้อถุงมือที่มีการตัดเย็บแบบนี้ แนะนำให้ลดขนาดลงมาประมาณ 0.5 เบอร์ เพื่อความกระชับที่มากขึ้น
  • Rolled Finger, Gunn Cut การตัดเย็บแบบนี้จะมีความกระชับค่อนข้างจะมาก โฟมบริเวณฝ่ามือจะถูกเย็บติดกับหลังมือโดยตรง เรื่องขนาด ไม่ต้องลดหรือเพิ่มกับการตัดเย็บแบบนี้
  • Negative Cutการตัดเย็บแบบนี้จะให้ความกระชับที่ไม่แตกต่างจาก Rolled Finger มากเท่าไหร่ Negative Cut จะเย็บตะเข็บเก็บเข้าข้างใน การเลือกซื้อถุงมือที่ทีการตัดเย็บแบบ Negative Cut บางคนแนะนำให้ลดขนาดลงมาประมณ 0.5 เพื่อความกระชับ แต่สำหรับตัวผมเองไม่ได้ลดลงมาเลยครับ
  • Precurved เป็นการตัดเย็บที่พัฒนามาจาก Flat Palm เพราะฉะนั้การเลือกซื้อจะไม่ต่างจาก Flat Palm มากเท่าไหร่ครับ
จริงๆก็มีอีกหลายแบบ ข้างบนนี้เป็นเพียงแค่คร่าวๆเท่านั้น ดูแบบระเอียดได้ตามลิ้งค์นี้เลย http://championss.exteen.com/20100804/types-of-soccer-glove
 
 
นอกจากเรื่องการตัดเย็บที่มีการแบ่งออกเป็นหลายประเภทแล้ว สายรัดข้อมือก็ยังมีแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆเหมือนกัน
 
  • Bandage เป็นลักษณะของแผ่นยางยืดซึ่งสามารถสร้างความกระชับให้กับข้อมือได้เป็นอย่างดี และยังช่วยในเรื่องของการป้องกันอาการบาดเจ็บได้ดีที่สุดอีกด้วย ซึ่งเป็นผลให้ bandage closure ยากที่จะถอดออกในแต่ละครั้ง
  • Elastic เป็นวัสดุที่เป็นสายยาวๆถูกเย็บไว้กับข้อมือ ซึ่งจะง่ายต่อการถอดและใส่ แต่การป้องกันอาการบาดเจ็บจะไม่ดีเท่าแยยแรก
  • Slit Wrist การป้องกันจะทำได้แย่ที่สุด แต่จะใส่เข้าและถอดออกได้ง่ายที่สุด
 
ราคาของถุงมือก็จะเป็นตัวบอกลักษณะของสายรัดข้อมือไปในตัว ถุงมือที่มีราคาแพงมักใช้ Bandage เป็นส่วนประกอบ ส่วนที่ถูกลงมาก็จะใช้สายรักข้อมือแบบ Elastic หรือ Slit Wrist
 
Finger Protection/Fingersave (ระบบป้องกันนิ้ว)
 
 
สุดยอดนวรรตกรรมที่ได้ถูดคิดค้นเพิ่มเตินขึ้นมานั่นก็คือ Finger Protection หรือระบบป้องกันนิ้ว Adidas เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาในปี 1996 Finger Protection ของ Adidas ในตอนนั้นถูกผลิตขึ้นมาจากพลาสติกทรงกระดูกงูและฝังตัวอยู่บริเวณหลังมือของถุงมือผู้รักษาประตู จุดประสงค์เพื่อป้องกันอาการยืดหรือขยายตัวของเส้นเอ็นบริเวณนิ้วที่มากเกินไป หรือที่เรารู้จักกันว่า "นิ้วซ้น" หลังจากนั้น หลายๆค่ายก็ได้เริ่มที่จะผลิตถุงมือที่มี Finger Protection ออกมา ถุงมือบางตัวสามารถถอด Finger Protection ออกได้ บางตัวก็ถูกเย็บติดกับอยู่ในหลังมือ Finger Protection บางตัวหนา บางตัวบาง ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์ ซึ่งจุดประสงค์หลักของแต่ละแบรนด์ในการผลิต Finger Protection ก็คือป้องกันอาการบาดเจ็บของผู้รักษาประตู หรือบรรเทาอาการบาดเจ็บที่มีอยู่แล้วให้ไม่หนักขึ้น
 
..................................... ผู้รักษาประตูบางคนนิยมใช้ถุงมือที่มี Finger Protection ในการเล่นแบบ Indoor Soccer (Futsal) เพราะการยิงที่ใกล้กว่า แรงกว่า และต้องเสียงอันตรายมากกว่าการเล่น Outdoor มากมายนัก หรือผู้รักษาประตูในระดับเยาวชนซึ่งยังขาดเทคนิคอและความแข็งแรงของนิ้ว ควรที่จะใช้ถุงมือที่มี Finger Protection เป็นอย่างยิ่ง เพื่อนเลี่ยงต่ออาการบาดเจ็บอย่างร้ายแรง ผู้รักษาประตูบางคนอาจไม่ชอบการใช้ถุงมือที่มี Finger Protection (รวมถึงตัวผมเองด้วย) เพราะการจับบอลที่ไม่ถนัด การออกบอลที่ลำบาก และน้ำหนักที่มาก ทำให้เทปล็อกนิ้วเข้ามามีบทบาทมากขึ้น (หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ผมชอบใช้แบบหน้ากว้าง 1 นิ้ว) ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการพันนิ้วที่แตกต่างกันไป แต่หน้าที่หลักก็จะไม่ต่างกับ Finger Protection นั่นก็คือป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับนิ้ว
 
เคล็ดลับที่ใช้ในการขึ้นราคา หรือตั้งราคาสูงๆของถุงมือแต่ละแบรนด์ก็คือ การใส่ Finger Protection เข้ามาในถุงมือ เพื่อนเป็นการโน้มน้าวลูกค้า เพราะฉะนั้นก่อนซื้อ ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าชอบถุงมือแบบไหน
  • กระชับ น้ำหนักเบา โอบรับบอลได้โดยรอบ ราคาไม่สูงมาก เลือกถุงมือแบบไม่มี Finger Protection
  • มีน้ำหนักขึ้นมาหน่อย มีอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วบริเวณนิ้วมือต้องการความปลอดภัย ก็เลือกแบบที่มี Finger Protection
นอกจาก Finger Protection ยังมีการป้องกันอีกแบบแต่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เรียกว่า Fused Finger หรือการเย็บสองนิ้วติดกัน ทีผู้รักษาประตูระดับโลกอยู่คนนึงที่ใช้การป้องกันแบบนี้ เพราะกระดูกนิ้วมือเคยหักมาก่อน ทำให้ต้องเย็บถุงมือนิ้วนางกับนิ้วกลางเข้าด้วยกันเพื่อการป้องกันที่ดีขึ้น
 
Iker Casillas
 
ยังไม่มีถุงมือแบรนด์ใหญ่ๆทำถุงมือในลักษณะนี้ออกมาขาย อาจเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดเล็กมากถึงมากที่สุดดดดดด แต่ก็ยังมีแบรนด์เล็กๆอยู่แบรนด์นึงที่ทำถุงมือในลักษณะ Fused Finger นั้นก็คือ KA Glove (Kenny Arthur) สามารถหาซื้อได้ที่ www.great-save.com ในราคาประมาณ $40
 
 
 

Weather (สภาพอากาศ)



นอกจากจะต้องเลือกถุงมือตามความต้องการของผู้ใช้แล้ว สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยนึงในการเลือกถุงมืออีกเหมือนกัน ถุงมือส่วนมากผลิตมาจาก PU (Polyurethane) หรือ วัสดุอื่นที่เป็นการเลียนแบบหนังสัตว์ ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการผลิตถุงมือผู้รักษาประตูมีมากมายหลายชนิด แบ่งตามสภาพอากาศ

สภาพอากาศหนาว

ขนแกะหรือขนแกะสังเคราะห์ (Fleece) ถูกใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตถุงมือที่เหมาะสำหรับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิเลขตัวเดียวจนไปถุงติดลบ ถุงมือแบบนี้จะค่อนข้างหนาและการระบายอากาศจะทำได้อยาก เพื่อเป็นการเก็บอุณหภูมิไว้ที่มือ ให้มือของผู้ใช้อุ่นอยู่ตลอดเวลา

Sells Silhouette Subzero สังเกตุได้ว่าหลังมือจะค่อนข้างหนา และจะไม่มีตาข่ายเอาไว้ระบายอากศ

สภาพอากาศร้อน (แบบบ้านเราเนี่ยแหละ)

ตาข่าย (Mesh) จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตถุงมือที่เหมาะกับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ลักษณะเฉพาะของวัสดุตัวนี้ก็คือน้ำหนักที่น้อยและการถ่ายเทอากาศที่ดี นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ใช้ที่มีเหงื่อออกมาก เพราะวัสดุตัวนี้จะช่วยให้เหงื่อระเหยได้เร็วยิ่งขึ้น ถุงมือในลักษณะนี้เหมาะกับสภาพอากาศในบ้านเราเป็นที่สุด 

PUMA V1.10 Speed Stopper

Sells Wrap Axis Breeze

NIKE Vapor Grip III

 

สภาพอากาศชื้น 

วัสดุที่ใช้ในการทำถุงมือจะมีความสามารถในการป้องกันน้ำ ไม่อุ้มน้ำ และไม่มีระบบถ่ายเทอากาศเพื่อป้องกันน้ำเข้าถุงมือ เหมาะกับสภาพสนามที่ฝนกำลังตกหรือหลังจากฝนเพิ่งตกเสร็จ

Reusch Raptor Pro Aqua Ortho Tech

Adidas Fingersave Wet Grip

 

สภาพสนามแข็ง (Hard Ground)

เป็นถุงมือที่ให้ความทนทานสูง แต่การยึดเกาะจะทำได้ค่อนข้างน้อย ข้อดีก็คือความทนทานของถุุงมือที่มีค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับหารเล่น Indoor, พื้นดิน, พื้นปูน, หญ้าเทียม ที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราตอนนี้

Reusch Magno R1

Uhlsport Fangmaschine HG

ช่วงสองสามปีหลังที่ผ่านมา ได้มีวัสดุใหม่ล่าสุดชื่อว่า Outlast ซึ่งมีลักษณะเหมาะกับทุกสภาพอากาศ คุณสมบัติของวัสดุตัวนี้จะช่วยควบคุมอุณหภูมิในถุงมือ ให้อุ่นเมื่ออากาศเย็น และไม่อบอ้าวเมื่ออากาศร้อน

Sells Silhouette Exosphere 

 

Adidas Response Pro UCL

 

ชนิดของโฟมฝ่ามือ

ตลาดของถุงมือในปัจจุบันนี้มีโฟมมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ได้มีชื่อที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละชนิดของโฟมก็จะใช้แตกต่างหน้าที่กันออกไปตามแต่สภาพอากาศ หรือ สภาพสนาม ถุงมือมีหน้าที่หลักอยู่สองอย่างคือ การรับแรงกระแทกก่อนเข้าสู่มือ และการเพิ่มความยึดเกาะกับลูกบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพสนามที่แย่มากๆ การเลือกชนิดของโฟม หลายๆปัจจัยควรนำมาใช้ในการพิจารณา

ผู้รักษาประตูที่เล่นอยู่ในระดับสูง ต้องเจอกับลูกยิงที่พลิกแพลงและแรงยิงที่มหาศาล เพราะฉะนั้ถุงมือที่มีคุณภาพสูงและราคาแพงจึงเป็นที่เหมาะสม หรือถ้าเล่นบอลเพื่อความสนุกสนาน ถุงมือที่มีราคาไม่แพงมากควรที่จะถูกเลือกเป็นตัวเลือกแรก

สภาพอากาศ อย่างที่เขียนไปข้างบน สภาพอากาศที่เล่นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการเลือกถุงมือเหมือนกัน โฟมที่มีความนุ่มจะแสดงประสิทธิภาพได้ดีในสภาพอากาศที่มีน้ำมาก

สภาพสนาม ถ้าต้องเล่นในสภาพสนามที่มีความแข็งค่อนข้างสูง อาทิเช่น หญ้าเทียม, พื้นปูนควรเลือกถุงมือที่มีความทนทานสูง โฟมเหมาะสำหรับการเล่นแบบ Hard Ground และควรเลือกโฟมที่มีส่วนผสมของยาง (Rubber) มากๆเพื่อความคงทนของถุงมือ

นอกจากนี้โฟมที่มีความนิ่มมากๆ มักจะมีการยึดเกาะที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับโฟมที่มีลักษณะแข็ง แต่ความทนทานจะค่อนข้างต่ำ ยกตัวอย่างเช่น Reusch G1, PUMA X-Treme Grip หรือถ้าต้องการโฟมที่มีการยึดเกาะที่ดีและมีความทนทานสูง โฟมที่มีส่วนผสมของ Carbon, Titanium  (Adidas Carbon, PUAM Titanium) จะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ราคาที่ค่อนข้างสูงอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องคิดหนัก

ความหนาของถุงมือก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อเหมือนกัน เลือกความหนาที่เหมาะสมกับตัวผู้ใช้ให้มากที่สุด บางคนชอบแบบโฟมบางๆเพราะให้ความรู้สึกขณะสัมผัสลูกบอลจะดีกว่าแบบหนา บางคนชอบแบบหนาเพราะการป้องกันที่ดีกว่าและไม่กระเทือนมาถึงมือ โดยปกติหน่วยที่ใช้วัดความหนาของโฟมคือ มิลลิเมตร (3mm, 3.5mm, 4mm, 6mm, 6.5mm, ........) ทั่วไปโฟมแบบ 4 mm จะมีให้เลือกมากที่สุดเพราะไม่หนาและไม่บางมากจนเกินไป บางแบรนด์มีการผสมผสานโดยการนำโฟมไปติดไว้ข้างในถุงมืออีกที (Double layer) ทำให้ถุงมือรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

Double Layer - Reusch Raptor Pro Duo MegaOrtho Tec

 

3 MM -  Adidas Response Training

6 MM - Nike T90 Confidence

สุดท้ายที่จะพูดถึงคงเป็นเรื่องการดูแลรักษาถุงมือ ก่อนนำถุงมือไปใช้ ควรจะพรมน้ำที่โฟมประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนการเล่น เพราะถุงมือจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ในสภาวะชื้นเล็กน้อย และยังเป็นการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับถุงมือ นอกจากนี้หลักใช้งานถุงมือเสร็จทุกครั้งควรล้างให้สะอาด ถ้าไม่ได้สกปรกมากก็ใช้น้ำเปล่าธรรมดา แต่ถ้าสกปรกมากแนะให้ให้ใช้สบู่เป็นตัวล้าง หรือซื้อน้ำยาทำความสะอาดถุงมือโดยเฉพาะมาใช้ หลีกเลี่ยงน้ำยาที่ทีความเข้มข้นสูง อาทิเช่น ผงซักฟอก

วิธีทำความสะอาดถุงมือส่วนตัวของผมคือ สบู่ผสมกับน้ำอุ่น แล้วน้ำแปรงสีฟันขนนุ่มมาจุ่ม ค่อนๆขัดเบาๆจนคราบสกปรกออก และล้างด้วยน้ำธรรมดาอีกครั้ง หลังจากนั้นนำไปแขวนไว้กับไม้แขวนเสื้อและตากไว้ที่อุณหภูมิห้อง ถ้าเป็นไปได้ให้เก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วก็นำเข้าตู้เย็นเพื่อยืดอายุการใช้งาน แค่นี้ก็จะได้ถุงมือที่ใหม่เหมือเพิ่งซื้อมาใช้งานแล้วครับ

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก  theglovebag.com และรูปภาพสวยๆจาก Prodirectsoccer.com, Keeperskit.com, Just-keepers.com, Great-save.com and lots from google.com ^ ^

บทความโดย น้องเต้าหู้ andrew_cudicinam@hotmail.com

Types of Soccer Glove

posted on 04 Aug 2010 09:53 by championss

 

 
 
 

History & Type

 

 

หลายๆคนอาจคิดว่าถุงมือผู้รักษาประตูมันก็คงเหมือนๆกันแหละ ฝ่ามือ+หลังมือ แล้วก็เย็บติดกับ.......................น้อยเป็นที่สุด -*- ถุงมือผู้รักษาประตูมันมีมากกว่านั้นเยอะครับ แค่พูดถึงการตัดเย็บก็แบ่งออกได้หลายอย่างแล้ว ยิ่งตอนนี้แต่ละค่ายต่างใส่เทคโนโลยีต่างๆมากมายเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้สวมใส่ ยิ่งทำให้ถุงมือต่างจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วมากมาย ไม่เพียงแต่ถุงมือจะช่วยในเรื่องของการรับบอลที่ดีขึ้น แต่ถุงมือยังช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บตามส่วนต่างๆของมือได้อีกตะหาก อาทิเช่น ข้อมือ และ นิ้ว เป็นต้น โฟมบริเวณฝ่ามือจะเป็นตัวรับแรงกระแทกก่อนที่จะไปถึงฝ่ามือ ถุงมือเป็นเหมือนอุปกรณ์ที่ช่วยเติมเต็มความสามารถของเหล่าผู้รักษาประตู ไม่ว่าจะเป็นการรับ ชก ขว้าง ปัด เซฟ จากอีพวกกองหน้าบ้าพลังทั้งหลาย จากประสบการณ์ตรงของผมที่เคยไปเตะบอลแล้วลืมนำถุงมือไปจากบ้าน หลังจากเซฟลูกแรกไป ถึงกับต้องเลิกเล่นเลย เหตุเพราะไม่มีถุงมือไว้ช่วยรับแรงนั่นเอง ลองคิดดูง่าย ให้รับลูกยิงมือปล่าว จากการยิงของ โรเบอร์โต คาร์ลอส ...............อาจมีตายกันไปข้างนึงแหละครับ 555+

 

ประวัติของถุงมือ อย่างคร่าวๆ: ถุงมือเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกเมื่อครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงแรกของการผลิต ฝ้ายและแผ่นรับแรกระแทกบางๆได้ถูกใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิต แต่ไม่เป็นที่นิยมอย่างที่คิด เพราะฝ้ายนั้นอมน้ำและเป็นสาเหตุที่ทำให้บอลหลุดมือ (ประมาณว่ามือปล่าวยังดีกว่า) หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาต่อมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน 555+ คร่าวมากๆ

 

Type of Gloves (ชนิดของถุงมือ แบ่งตามการตัดเย็บ)

 

Flat Palm (แบบธรรมดา)

  • Traditional cut
  • Perimeter seam cut
  • Box cut
  • Expanse Cut
PUMA PWC 2.10 RC World Cup Edition
 
เป็นแบบการตัดเย็บที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาเหนือ การตัดเย็บแบบนี้ใช้ Latex แผ่นเดียวในการตัดเย็บ และมี gussets เป็นตัวเชื่อมหลังมือและฝ่ามือเข้าด้วยกันบริเวณช่องว่างระหว่างนิ้ว ทำให้นิ้วมีลักษณะเหมือนกับกล่อง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Box Cut" หรือถ้ามองมุมตรงดูแล้ว ฝ่ามือของการตัดเย็บแบบนี้มีลักษณะที่แบนราบ จึงเป็นที่มาของชื่อ "Flat Palm" การตัดเย็บถุงมือแบบนี้จะมีช่องว่างในนิ้วค่อนข้างที่จะมาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดอันตรายกับนิ้วมือ เพราะฉะนั้นถ้าต้องการความกระชับสำหรับถุงมือแบบ Flat Palm แนะนำให้ลดลงมา 1-0.5 เบอร์เพื่อความกระชับ สุดท้ายถุงมือแบบ Flat Palm นิยมใช้ควบคู่กับ Fingersave มากที่สุด
 
Adidas Fingersave Allround
 
 
Uhlsport Ergonomic Bionik X-Change
 
 
นอกจาก Flat Palm แบบธรรมดาแล้ว หลายๆค่ายได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามา เป็นการเจียถุงมือเป็นเส้นบริเวณโฟมฝ่ามือ เพื่อให้มือขยับได้เป็นธรรมชาติที่สุด เรียกว่า Embossed Palm or Moulded 
 
PUMA PWC 1.10 Grip

 

Roll Finger (แบบไร้ Gussets)

  • Gunn cut
  • Wrap cut
เป็นแบบการตัดเย็บที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่ผู้รักษาประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน U.K. การตัดเย็บแบบนี้จะไม่ใช้ Gussets มาเป็นส่วนเชื่อมระหว่างนิ้วมือ เพราะฉะนั้นฝ่ามือและหลังมือจะถูกเย็บติดกันโดยตรง ซึ่งเป็นผลให้ถุงมือโอบรัดนิ้วมือเราเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Roll/Wrap Finger การตัดเย็บแบบ Roll Finger จะให้ความกระชับที่มากกว่า Flat Palm เพราะไม่มี Gussets มาเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นการสัมผัสบอลไม่ว่าจะเป็นการรับลูกหรือการทุ่มลูกจะทำได้ดีกว่าการตัดเย็บแบบ Flat Palm (ประมาณว่าฝ่ามือได้สัมผัสกับลูกจริงๆ) และให้ความรู้สึกในการสัมผัสบอลที่ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะบอกว่า Roll Finger มันกระชับมากเกินไป เป็นผลให้ขยับนิ้วไม่ถนัดก็เป็นได้ ซึ่งก็แล้วแต่คนชอบ เนื่องด้วยความกระชับของ Roll Finger นี่แหละ ทำให้ผู้รักษาประตูผู้หญิงชอบใช้กันอย่างมากมาย (ผู้หญิงจะไม่รู้สึกว่ากระชับมากเท่าผู้ชาย เพราะนิ้วที่เรียวและเล็กกว่านี่เอง)


Adidas Renponse Fingertip



PUMA PWC 2.10 GC Grip




Sells Wrap Axis England Professional

สังเกตุว่าเอกลักษณ์ของ Roll Finger คือฐานของนิ้วกลางกับนิ้วนางจะถูกเย็บติดกัน เพื่อ.....อะไรก็ไม่รู้  

Negative Cut (แบบซ่อนตะเข็บ)

เป็นการตัดเย็บแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมัน การตัดเย็บของ Negative Cut นี้ไม่ต่างอะไรกับ Flat Palm มากมาย ใช้ Latex ชิ้นเดียวในการผลิตและมี Gussets เป็นส่วนประกอบ แต่ Negative Cut นี้จะเย็บ Gussets บริเวณด้านในของนิ้ว ซึ่งเป็นผลให้ถุงมือแบบ Negative Cut นี้มีความกระชับมากกว่าการตัดเย็บแบบอื่น Gussets ที่ใช้ในการทำ Negative Cut สามารถแบ่งออกเป็นสองอย่างคือ Material Gussets and Latex Gussets บางคนชอบ Latex Gussets เพราะพื้นที่สัมผัสบอลจะมากกว่า บางคนชอบ Material Gussets เพราะระบายอากาศได้ดีกว่า อันนี้ก็ว่ากันไปแหละครับ ความรู้สึกที่กระชับของการตัดเย็บแบบ Negative Cut จะช่วยเพิ่มความสามารถในการสัมผัสบอลมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณสมบัติไมได้ต่างอะไรกับ Roll Finger มากมายเท่าไหร่ สังเกตุได้ว่าช่วงหลังถุงมือจะเพิ่มการตัดเย็บแบบ Negative Cut เพิ่มขึ้นมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้ เพราะความกระชับที่กำลังดีที่เป็นสาเหตุหลัก ผู้รักษาประตูชั้นนำในระดับแนวหน้าที่สวมใส่ถุงมือ Adidas ส่วนมาจะเลือกใช้ Negative Cut กันเกือบจะทุกคน (ประมาณ 90% ของทั้งหมด)

Reebok Valde II Pro

Adidas Response Pro 

 

Nike GK Premier SGT RS "WC LTD"

 

Surround Cut (แบบกว้างๆ)

Adidas Response Pro 

การตัดเย็บแบบ Surroung Cut เหมือนเป็น option เสริมให้กับถุงมือ สามารถผสมผสานกับการตัดเย็บแบบอื่นได้อย่างกลมกล่อม โดยทั่งไป Surroung Cut โฟมฝ่ามือจะหุ้มบริเวณสันมือ ประมาณว่าเย็บโฟมฝ่ามือให้มันยาวเลยมาถึงหลังมือนี่เอง การตัดเย็บแบบนี้จะลดจำนวนรอยเย็บ เป็นผลให้สวมใส่สบายมากขึ้น และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีฝ่ามือใหญ่อีกตะหากเพราะมันไม่กระชับเท่า Roll Finger, Flat Palm 

Selsport Absorb Classic

Surround Cut of Reusch

 

Hybrid Cut (แบบลูกผสม)

KA Goalkeeping TCG Pro Comfort 

การตัดเย็บแบบนี้เป็นลูกผสมระหว่างการตัดเย็บหลายๆแบบ ไม่ว่าจะเป็น Roll Finger, Flat Palm, Negative Cut และอักหลายๆแบบ จากรูปถุงมือด้านบน เป็นถุงมือของ KA รุ่น TCG Pro Comfort เป็นการผสมระหว่าง Roll Finger ที่นิ้วชี้กับนิ้วก้อง และ Negetive Cut ที่นิ้วกลางกับนิ้วนาง 

HO Ghotta Hybrid Negative Roll

HO รุ่นนี้ก็เป็นการผสมกันระหว่าง Roll Finger กับ Negative Cut เช่นกัน

 

สุดท้ายเป็น PUMA SMU รุ่นพิเศษของ Matt Reis นิ้วกลางกับนิ้วนางจะเป็น Flat Palm ส่วนที่เหลือจะเป็น Roll Finger

Volume Cut (แบบเพิ่มปริมาณ)

  • Webb Cut

เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาของ Flat Palm บริเวณนิ้วมือของ Volume Cut นั้นจะกว้างกว่าปกติทั่วไป ข้อดีของการตัดเย็บแบบ Volume Cut ก็คือ เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสลูกบอลให้มากขึ้น ลูกบอลจะโดนโอบรับมากขึ้น แต่ข้อเสียก็คือความกระชับจะลดลงนั่นเอง เพราะฉะนั้นลดขนาดถุงมือลงซัก 0.5 น่าจะเป็นการแก้ไขการใส่ถุงมือแบบ Volume Cut

Reusch Raptor Pro G1 Ortho-Tec

Reusch Magno Pro Duo M1

 

BOWL CUT (แบบโค้งมน)

  • Pre-curved
  • Arc 

Bowl Cut เป็นการตัดเย็บแบบใหม่ที่เพิ่มจะมีมาไม่นานมานี้เอง ลักษณะของการตัดเย็บแบบนี้คือ โฟมบริเวณฝ่ามือจะสั้นกว่าหลังมือ เป็นผลทำให้ถุงมือมีการโค้งมนตลอดเวลาเป็นลักษณะที่พร้อมจะรับลูกบอลมากที่สุด (U-shape) ข้อดีที่เห็นได้ชัดก็คือมือของผู้สวมใส่จะโค้งพร้อมที่จะรับบอลอยู่ตลอดเวลา

Nike Spyne 

Reusch Magno Deluxe M1

Uhlsport Cerberus Soft - ตัวนี้โค้งแบบเว่อร์มากๆ

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการตัดเย็บของถุงมือ ถ้าจะให้รวมหมดทุกอย่างจริงๆคงได้เยอะมากๆครับ เพราะต่างค่ายก็ต่าคิดการตัดเย็บแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อนเป็นการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มความสนใจให้กับแบรนด์ของตัวเอง สุดท้ายนี้หวังว่าคงมีประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย และขอบคุณที่ติดตามอ่านมาซะยาวครับ

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก  theglovebag.com และรูปภาพสวยๆจาก Prodirectsoccer.com, Keeperskit.com and Just-keepers.com

บทความโดย น้องเต้าหู้ andrew_cudicinam@hotmail.com